งานวัดและอาคารไม้เก่า กำจัดปลวกยังไงไม่ให้เสียของ
เผยแพร่

บ้านพังยังสร้างใหม่ได้ แต่ศาลาการเปรียญอายุร้อยปี หอไตร หรือเรือนไทยของตระกูล พังแล้วคือหายไปเลย ต่อให้มีงบซ่อมก็ไม่ได้ของเดิมกลับมา
งานกำจัดปลวกในอาคารเก่าจึงมีโจทย์ที่ต่างจากบ้านทั่วไป ไม่ใช่แค่ว่าจะกำจัดยังไงให้หมด แต่คือจะกำจัดยังไงโดยไม่ทำให้ของที่ตั้งใจจะรักษาเสียหายเสียเอง
เรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด ไม้สักเก่าไม่ได้กันปลวกอย่างที่คิด
ความเชื่อที่ได้ยินบ่อยที่สุดในงานวัดคือ ของเก่าเป็นไม้สัก ปลวกไม่กิน
ครึ่งเดียวที่ถูก รายงานวิชาการของกรมป่าไม้ระบุไว้ว่า ไม้สักที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไปจะผลิตสารชื่อ O-cresyl methyl ether สะสมอยู่ในเนื้อไม้ ซึ่งเป็นสารที่ปลวกและแมลงไม่ชอบมาก ปลวกจึงเลี่ยงไปกินไม้เนื้ออ่อนแทน
แต่ประโยคถัดไปคือประโยคที่สำคัญกว่า ไม้สักที่อายุ 50 ปีขึ้นไป สารที่สะสมไว้จะจางหายไป และปลวกก็กลับมากินได้ เพราะเนื้อไม้สักก็มีเซลลูโลสซึ่งเป็นอาหารของปลวกเหมือนไม้ชนิดอื่น
อ่านให้ดีจะเห็นว่านี่คือคำอธิบายว่าทำไมของเก่าถึงเสี่ยงกว่าของใหม่ ไม่ใช่ปลอดภัยกว่า อาคารไม้ที่มีอายุมากพอจะเรียกว่าโบราณ คืออาคารที่ผ่านจุดที่ไม้สักหมดฤทธิ์ป้องกันตัวเองไปแล้ว
อีกจุดที่มักเจอคือส่วนที่เรียกว่า กระพี้ ซึ่งเป็นเนื้อไม้ที่หุ้มแก่นอยู่ระหว่างเปลือกกับแก่น เนื้ออ่อนและผุง่ายกว่าแก่นไม้ ปลวกกัดกินตรงนี้ได้ตั้งแต่ไม้ยังไม่เก่า อ่านเพิ่มได้ที่บทความ ปลวกกินไม้สักได้หรือไม่
ทำไมอาคารเก่าเสี่ยงกว่า
นอกจากเรื่องอายุไม้แล้ว อาคารเก่าส่วนใหญ่ยังมีลักษณะทางกายภาพที่เข้าทางปลวกพอดี
- โครงสร้างไม้ต่อลงถึงพื้นดินโดยตรง เสาไม้ที่ฝังดินหรือตั้งบนตอม่อเตี้ยคือทางขึ้นที่สะดวกที่สุดสำหรับปลวกใต้ดิน
- ความชื้นสะสม อาคารเก่ามักมีร่มไม้ใหญ่รอบตัวและระบายอากาศใต้ถุนได้ไม่ดีเท่าอาคารใหม่ ปลวกต้องการความชื้นเป็นทุนอยู่แล้ว
- ไม่มีระบบป้องกันตั้งแต่ก่อสร้าง อาคารสมัยนั้นไม่มีการวางท่อหรือทำแนวป้องกันในดินไว้ใต้ฐานราก
- พื้นที่กว้างและมีของเก็บเยอะ ตู้พระธรรม หีบ หรือของบริจาคที่วางนิ่งเป็นสิบปีคือจุดที่ไม่มีใครเปิดดู
และถ้าดูตัวเลขความเสียหายจากบทความ วิธีตรวจสอบ และรู้จักสัญญาณของปลวกขึ้นบ้าน ปลวกเพียง 1 รังกินไม้ได้มากกว่า 5 กิโลกรัมต่อเดือน โดยนางพญาวางไข่ได้ถึง 3 หมื่นฟองต่อวัน แปลว่าเวลาที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้เดินช้าลงเลย
ข้อจำกัดที่งานวัดมี แต่บ้านทั่วไปไม่มี
เวลาประเมินหน้างานวัดหรืออาคารอนุรักษ์ สิ่งที่ต้องคิดเพิ่มจากบ้านทั่วไปมีอยู่ 4 ข้อ
- ห้ามทำโครงสร้างเสียหาย การเจาะพื้นไม้เก่าหรือรื้อผนังเพื่อหาปลวก อาจสร้างความเสียหายมากกว่าตัวปลวกเสียเอง
- พื้นที่มีคนใช้งานตลอด วัดมีคนเข้าออกทุกวัน มีเด็ก มีผู้สูงอายุ มีงานบุญที่หยุดไม่ได้ ตารางการทำงานและวิธีที่เลือกต้องรับกับข้อนี้
- งบมาจากศรัทธา ทุกบาทมีที่มาและต้องอธิบายได้ ใบเสนอราคาและสัญญาที่ชัดเจนจึงสำคัญกว่างานบ้านทั่วไป
- ของบางชิ้นประเมินราคาไม่ได้ ทำให้การป้องกันคุ้มกว่าการรอให้เสียหายแล้วค่อยแก้เสมอ
ระบบที่ทำได้โดยไม่ต้องยุ่งกับของเดิม

ตรวจก่อนโดยไม่เจาะ เครื่อง Termatrac T3i ใช้เรดาร์จับความเคลื่อนไหวของปลวกในผนัง พื้น และเพดาน พร้อมเซ็นเซอร์ความชื้นและความร้อน ระบุตำแหน่งได้โดยไม่ต้องเจาะหรือทำลายพื้นผิว ข้อนี้ตรงกับข้อจำกัดข้อแรกพอดี
สถานีเหยื่อฝังดินรอบอาคาร สถานีฝังดิน ฝังอยู่ในดินรอบนอกตัวอาคาร ไม่ยุ่งกับพื้นหรือโครงสร้างไม้เลย ทำหน้าที่ดักและกำจัดปลวกตั้งแต่ก่อนเดินเข้าถึงตัวอาคาร พร้อมตรวจและเปลี่ยนเหยื่อตามรอบ ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังต่อเนื่องมากกว่าการแก้ครั้งเดียวจบ
ระบบเหยื่อกำจัดทั้งรัง ระบบเหยื่อ ไม่ต้องเจาะพื้น สถานีเหยื่อออกแบบให้เหมือนแหล่งอาหารธรรมชาติของปลวก ปลวกงานเข้ามากินแล้วขนกลับไปแบ่งให้ตัวอื่นในรังรวมถึงราชินี สารออกฤทธิ์ช้าจึงสะสมจนตายทั้งรัง
ต้องบอกข้อจำกัดไว้ตรงๆ ด้วยว่า วิธีนี้ช้า โดยทั่วไปใช้เวลาราว 2 ถึง 3 เดือน บางกรณีนานกว่า 6 เดือน ขึ้นกับขนาดรัง ชนิดปลวก และสภาพแวดล้อม ถ้ามีงานบุญใหญ่รออยู่ ต้องวางแผนล่วงหน้า
ทำแนวป้องกันในดินรอบอาคาร ระบบฉีดพ่นทำหมันดิน อัดน้ำยาลงดินรอบตัวอาคาร ทำให้ดินเป็นด่านที่ปลวกใต้ดินผ่านไม่ได้ ทำงานอยู่นอกตัวอาคาร ไม่แตะโครงสร้างไม้
ส่วนการเจาะพื้น เป็นทางเลือกท้ายๆ ใช้กับอาคารที่พื้นเป็นคอนกรีตและจำเป็นต้องสร้างแนวป้องกันใต้พื้นจริงๆ วิธีคือเจาะให้ทะลุถึงชั้นดินเป็นแนวรอบคานด้านในด้านนอกและรอบเสา ห่างจากผนังไม่เกิน 30 เซนติเมตร เว้นระยะการเจาะ 1 เมตร อัดน้ำยาด้วยเครื่องแรงดันสูง แล้วปิดรูด้วยคอนกรีตหรือวัสดุใกล้เคียงกับพื้นผิวเดิม สำหรับพื้นไม้เก่าหรือพื้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรคุยกันให้ชัดก่อนว่าจำเป็นจริงหรือไม่
เทียบทุกระบบพร้อมกันได้ที่หน้า เทคโนโลยีที่เราใช้ ซึ่งมีคอลัมน์บอกว่าแต่ละระบบรบกวนตัวอาคารแค่ไหน
งานที่เราเคยทำ

โฮมบัคเซ็นเตอร์เข้าทำงานป้องกันปลวกให้ วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยฉีดพ่นป้องกันปลวกเต็มพื้นที่ เลือกใช้น้ำยาที่ปกคลุมได้ยาวนานนับปี ไร้กลิ่น และปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ที่ใช้การฉีดพ่นป้องกันปลวกเต็มพื้นที่เหมือนกัน
เรื่องไร้กลิ่นไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับงานวัด เพราะพื้นที่ยังต้องใช้งานต่อในวันรุ่งขึ้น
สิ่งที่กรรมการวัดควรถามก่อนตกลงจ้าง
ไม่ว่าจะจ้างเจ้าไหน 5 ข้อนี้ควรถามให้ครบ
- ขอดูใบอนุญาตวัตถุอันตราย งานกำจัดแมลงเป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต ขอดูตัวจริงได้
- คนที่มาหน้างานผ่านการอบรมผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายหรือไม่ เป็นหลักสูตรตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนด
- จะสำรวจก่อนไหม และสำรวจด้วยอะไร ถ้าตอบว่าฉีดเลยโดยไม่สำรวจ ให้ระวัง
- เข้าบริการกี่ครั้ง เดือนไหนบ้าง และเขียนไว้ในสัญญาหรือเปล่า ตัวเลขในใบเสนอราคาต้องตรงกับในสัญญา
- ถ้าปลวกกลับมาในช่วงสัญญา ใครรับผิดชอบ ถามให้ชัดตั้งแต่แรก ไม่ใช่ตอนมีปัญหา
ของโฮมบัคเซ็นเตอร์ ใบอนุญาตวัตถุอันตรายและใบผ่านการอบรมทั้งหมดเปิดให้ดูอยู่ที่หน้า เทคโนโลยีที่เราใช้ ไม่ต้องขอ
สรุป
ความเชื่อว่าไม้สักกันปลวกได้เป็นจริงเฉพาะกับไม้ที่อายุยังไม่มาก พออาคารเก่าถึงระดับที่เรียกว่าโบราณ ไม้ก็หมดฤทธิ์ป้องกันตัวเองไปแล้ว บวกกับโครงสร้างที่ต่อลงดินและความชื้นสะสม อาคารเก่าจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด ไม่ใช่ปลอดภัยที่สุด
ข่าวดีคือมีหลายวิธีที่ทำงานได้โดยไม่ต้องแตะของเดิม ตั้งแต่ตรวจด้วยเรดาร์ที่ไม่ต้องเจาะ ไปจนถึงสถานีฝังดินและแนวป้องกันในดินที่ทำงานอยู่นอกตัวอาคารทั้งหมด
ถ้าวัดหรืออาคารในความดูแลของคุณเริ่มมีร่องรอย ทีมงานเข้าไปสำรวจและประเมินให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ผูกมัด
อ่านเพิ่มเติม
เจอปลวกที่บ้านหรือที่ทำงาน?
อย่าเพิ่งทำลายทางเดินปลวกหรือฉีดยาเอง ให้ทีมงานเข้าสำรวจหน้างานฟรีก่อน จะได้เลือกระบบที่ตรงกับชนิดปลวกจริงๆ
โทรเลย 084-874-8456